ประเภทของ สารซักฟอก และสารทำความสะอาดมีอะไรบ้าง

Posted by:

ประเภทของ สารซักฟอก และสารทำความสะอาด

ประเภทของ สารซักฟอก และสารทำความสะอาด
      สารซักฟอก และ สารทำความสะอาด ทั่วไปในบ้านเรามีมากมายหลายประเภท การทำความสะอาดเสื้อผ้า เครื่องใช้ภายในบ้านเป็นนั้นเป็นลักษณะงานที่เหน็ดเหนื่อย ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบนั้นต้องใช้เวลา และแรงงานค่อนข้างมากในการดูแลซักล้าง ด้วยความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี นักวิทยาศาสตร์ ได้ค้นพบและ พัฒนาสารเคมีที่ช่วยในการซักล้าง และทำความสะอาดเพื่อให้งานซักล้างเป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็ว ง่าย และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำความสะอาดยิ่งขึ้น

     ดังนั้นการเรียนรู้เรื่องสารซักฟอกที่ใช้ทำความสะอาด

     จึงเป็นประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตในปัจจุบัน เพื่อให้ท่านสามารถเลือกใช้งานของ สารซักฟอกขาว สารทำความสะอาดทั่วไปได้อย่างถูกต้อง ทำให้ความระมัดระวังและปลอดภัยในการใช้งาน ไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ และร่างกายได้

    สารซักฟอก และสารทำความสะอาดสามารถแบ่งออกได้ 3 ประเภทคือ

1. สารซักฟอกเสื้อผ้า ที่ใช้กับเครื่องซักผ้า ได้แก่

    1.1 สบู่ (soap)
    1.2 ผงซักฟอก (Synthetic detergent)
    1.3 น้ำยาซักแห้ง (Dry cleaning solution)

2. สารลบรอยเปื้อนเสื้อผ้า ได้แก่
    2.1 ตัวทำละลายรอยเปื้อนที่ไม่มีไขมัน
    2.2 ตัวทำละลายรอยเปื้อนที่มีไขมัน

 

3.สารที่ใช้ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคได้แก่
   3.1 ฟีนอล (Phcnncl)
   3.2 เครซอล (cresol)
   3.3 เอ๊กซะคลอโรฟิลล์ (Hexachlorophyll)
   3.4 ผงฟอกจาง (BIeaching Powder)
   3.5 คลอรอกซ์ (chlorox)
   3_6 คลีนซิ่งมิกซ์เจอร์ (clcaning mixture)
   3.7 ด่างทับทิม (KMnO4)

 

สารซักฟอกเสื้อผ้า ที่ใช้กับเครื่องซักผ้า

1. สารซักฟอกเสื้อผ้า ที่ใช้กับเครื่องซักผ้า

สารซักฟอกที่ทำหน้าที่ช่วยกำจัดคราบสกปรกในการซักล้าง มักรวมเรียกว่า Detergent ในส่วนที่สิ่งสกปรกเปรอะเปื้อนเสื้อผ้า ถ้วยจาน คราบสกปรก จะถูกกำจัดออกด้วยการซักล้าง ซึ่งต้องอาศัยน้ำ สารซักฟอก แรงขยี้ หรือการขัดถู แต่สวนมากคราบสกปรกมักมีสารไขมันปนอยู่ จึงต้องอาศัยสารซักฟอกเข้าช่วย สารเคมีที่ใช้ในการซักล้าง ทำหน้าที่ 2 ส่วนคือ ส่วนที่ดึงดูดน้ำได้ (Hydrophilic group) และส่วนที่ไม่ดูดน้ำ แต่ชอบดึงดูดไขมัน  (Hydrophobic หรือ oleophilic group)

     เมื่อผิวหน้าของผ้าหรือภาชนะที่มีสิ่งสกปรกเปรอะเปื้อนมีไขมันติดอยู่จะมีแรงตึงผิวสูง น้ำไม่สามารถซึ่งผ่านเข้าไป ทำให้เปียกได้และไม่สามารถกำจัดคราบสกปรกออกได้โดยง่าย สารซักฟอกจะช่วยลดแรงตึงผิวทั้งส่วนที่เป็นน้ำและไขมัน โดยแทรกผ่านสิ่งสกปรกเข้าไปเพื่อการซักล้าง ขบวนการซักล้างจะเป็นไปอย่างรวดเร็วหากมีการขยี้ เขย่า หรือขัดถูร่วมด้วยขบวนการนี้เกิดขึ้นเพราะโมเลกุลของสารซักฟอก เช่น สบู่ ผงซักฟอก ใช้ส่วนHydrophobic ดึงดูดคราบสกปรกที่เป็นไขมันขณะเดียวกันก็ใช้ส่วนที่เป็น Hydrophobic จับกับโมเลกุลน้ำที่อยู่รอบๆ สิ่งสกปรก เพื่อดึงดูดสิ่งสกปรกให้หลุดออกจากเสื้อผ้าหรือภาชนะ แล้วแขวนลอยอยู่ในน้ำ โดยไม่ย้อนกลับไปตกค้างที่ผ้าอีก

     ฉะนั้นสารซักฟอกจึงทำหน้าที่ที่ผิวหน้าของผ้าหรือภาชนะที่สกปรก จึงเรียกได้ว่าเป็น

     สาร Surface active agent หรือเรียกว่า “Surfactant”

     1.1 สบู่ (Soap) เป็นสารอินทรีย์ชนิดหนึ่งจัดเป็นเกล็ดของกรดไขมัน ทำจากไขสัตว์ หรือน้ำมันพืช และด่าง มีวิธีทำโดยนำไขสัตว์หรือน้ำมันพืชมาทำให้เป็นของเหลวโดยใช้ไอน้ำร้อนอบ แล้วนำไปเคี่ยว โดยเติมด่างลงไป ต่างที่ใช้คือโซดาไฟ (NaOH) หรือ ด่างคลี (KOH) ผลสุดท้ายของปฏิกิริยาจะได้สบู่ หรือกลีเซอรีน ไขมันที่ใช้เป็นไขสัตว์จะมีสารที่เรียกว่า gyceryi sterate เมื่อทำปฏิกิริยากับโซดาไฟ
จะได้สบู่คือ sodium stearate ดังสมการ (C17H35COO)3C3 H5 + NaOH >> C17H35 COONa
+ C3H5(OH) 3 ไขมันที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นไขวัว น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันมะกอก เป็นต้น
แต่จะใช้สารประกอบของสบู่ต่างกันแล้วแต่ชนิดของไขมัน แต่ละอย่าง ในการทำสบู่ถ้าใช้โซดาไฟทำปฏิกิริยากับไขมัน สบู่ที่ได้จะมีลักษณะเป็นก้อนแข็ง แต่ถ้าใช้ด่างคลีหรือโปแตสเซียมไฮดรอกไซด์ ทำปฏิกิริยากับไขมันจะได้สบู่ที่มีลักษณะเหลวที่เรียกว่าสบู่เหลว เช่น สบูโกนหนวด

 

    สารทึ่เติมลงในสบู่ (soap additives) เป็นสารที่เติมลงในสบู่เพื่อให้มีคุณสมบัติดีขื้นได้แก่ 

    1. สารเพิ่มความสะอาด โดยมากเป็นด่าง เช่น โซดาซักผ้า (Na2CO3) โซเดียมซิลิเกต (Na2SiO3) หรือ โซเดียมฟอสเฟต (Na3PO4) สารทีเพิ่มความสะอาดนี้จะเติมลงในสบู่ธรรมดาที่ใช้ซักทำความสะอาดหรือผงสบู่ไม่ใช้สำหรับเป็นสบู่ถูตัว หรือการทาความสะอาดวัตถุเนื้อเบาบาง เป็นสบู่ที่ใช้กับผ้าเปื้อนมากและบางชนิดจะเพิ่มสารที่ปรับสภาพน้ำกระด้างให้เป็นน้ำอ่อน เพื่อทำความสะอาดดีขึ้น เชน super sud หรือ Rinso สบู่ธรรมดาจะไม่ใส่สารเพิ่มความสะอาดเหล่านี้ ใช้ซักผ้าเบื้อนน้อย หรือผ้าเนื้อบาง สีไม่ทน เช่นลักซ์เกล็ด ไอวอรี( lvory )

    2. สารที่มีกลิ่นหอม มักใส่ในสบู่ถูตัว และสบู่ผงหลาย ๆ ชนิด ส่วนใหญ่เป็นพวกน้ำมันหอมระเหย (Volatile oil) หัวน้ำหอม เป็นต้น และอาจจะเพิ่มตัวยารักษาผิวด้วย

    3. สี มักใช้กับสบู่ถูตัวทุกชนิด นอกจากสบูเกล็ด (Soap Flackes) และสบู่ผง

    4. สารฆ่าเชื้อโรค ในสบู่ถูตัว เพื่อการฆ่าเชื้อโรคได้ดีขึ้น

    5. สารดับกลิ่นตัว (Deodora|lt) ใช้ผสมกับสารฆ่าเชื้อโรคใสในสบู่ถูตัว
เช่นเดียวกัน 
การใช้สบู่จะไม่มีประสิทธิภาพเต็มที่ เมื่อใช้กับน้ำกระด้าง เพราะเกลือแคลเซียมและ
แมกนีเซียมในนัำกระด้าง จะรวมตัวกับสบู่ เป็นเกลือสบู่ตัวใหม่ ที่ไม่ละลายน้ำเกิดเป็น
ไคลสบู่ ซึ่งจะไม่ทำหน้าที่จับเกาะสิ๋งสกปรก การซักล้างด้วยสบู่ในน้ำกระด้างจะทำให้สิ้นเปลืองสบู่มากกวาซักในน้ำอ่อน เสื้อผ้าจะมีสีเทา ไม่ขาวสะอาด เนื่องจากคราบไคลสบู่สีขาวไปจับสิ่งสกปรกบนเสื้อผ้า เวลาซักน้ำจะไม่หลุดออกไปหมดและไม่ละลายน้ำด้วยทำให้เสื้อผ้าไม่สะอาดในประกาศมาตรฐานอุตสาหกรรมสบู่ถูตัว (มอก. 29-2516) และสบู่ซักล้าง (มอก.28-2516) โดยกำหนดว่าสบู่ถูกตัวต้องเกิดจากการทำปฏิกิริยาของต่างกับไขมันหรือกรดไขมันของสัตว์หรือพืช และมีลักษณะเป็นก้อน ปราศจากสิ่งทีเป็นพิษ เป็นอันตรายต่อร่างกายและระคายเคืองต่อผิวหนัง ฟองดี มีกลิ่นหอม ไม่รวมถึงสบู่ซักล้าง หรือสบู่ชนิดพิเศษอื่นๆสำหรับสบู่ซักล้างตามมาตรฐานของ มอก. กำหนดไว้ว่า จะต้องเป็นสบู่ซึ่งทำปฎิกิริยาเคมีของด่าง
และไขมัน หรือกรดไขมันของสัตว์ และหรือพืช มีลักษณะเป็นก้อน

 

น้ำยาซักผ้า และ อุปกรณ์เปิดร้านซักรีด

comments

0

About the Author:

  Related Posts